บ่น บ่น บ่น! บ่นมากไปหรือปล่าว

จริงอยู่หรอกที่การบ่นเป็นเรื่องปกติ เราบ่นเพื่อแสดงความรู้สึกไม่สบายที่อาจจะมีอยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำออกไป ส่วนใหญ่มักจะพูดแต่เรื่องที่ทำให้หัวเสียมาตลอดทั้งวัน หรืออัดอั้นเอามากๆ เพราะเชื่อว่าจะรู้สึกดีขึ้นหลังจากที่ได้ระบายมันออกไป แต่หารู้ไม่ว่าการบ่นจนติดเป็นนิสัยซ้ำแล้วซ้ำเล่านั้นอาจทำให้ชีวิตของเราเป็นทุกข์และมีแต่ความคิดด้านลบออกมาต่างหาก

การบ่นบ่อยๆ เป็นประจำไม่ใช่สิ่งที่จะช่วยให้ระบายคลายทุกข์ได้ แต่ดันทำให้สภาพจิตใจแย่กว่าเดิม ซึ่งส่งผลให้คนเหล่านี้กลายเป็นคนขี้บ่น ซึ่งมีอาการที่เรียกว่า ‘Chronic Complainer’

Chronic complainer คือ นิยามที่เรียกคนที่ชอบบ่นขิงบ่นข่าเป็นประจำ คนกลุ่มนี้มักแสดงความไม่พอใจต่อองค์ประกอบต่างๆ ในชีวิตของพวกเขา ซึ่งบุคคลเหล่านี้มักไม่มีความสุขกับตัวเอง หรือสภาพแวดล้อมเอาซะเลย

นอกนั้นพวกเราบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังมีคนอาการบ่นเรื้อรังอยู่ใกล้ตัว หรือเป็นเราเองรึเปล่าที่ก็เป็นคนขี้บ่นอยู่กันแน่

สัญญาณอะไรบ้างที่บ่งบอกว่าเราหรือคนรอบข้างกำลังมีอากรบ่นเรื้อรังอยู่?

  • ไม่ได้ถูกรายล้อมไปด้วยคนที่คิดบวก: เพราะเราไม่ได้อยู่ในโลกของละครหรอกนะที่การเป็นคนคิดลบ อารมณ์ไม่ดีอยู่บ่อยๆ จะดึงดูดผู้คนเข้ามาหาในชีวิต ดังนั้นคนที่ชอบบ่นตลอดเวลาแทบจะไม่สามารถดึงคนที่มีทัศนคติคิดบวกเข้ามาได้ง่ายๆ อยากรู้ว่าใครเป็นคนชอบบ่นบ่อยๆ ให้ลองดูสังเกตดูว่าเขาอยู่กับคนประเภทไหนบ้าง
  • มีความเป็น Perfectionist สูงปรี๊ด: คนที่มีมองโลกในแง่ลบและแทบจะไม่เคยเห็นด้วยกับคนอื่นเลยมักจะเป็นพวกที่ชอบความสมบูรณ์แบบ คนเหล่านี้เห็นอะไรก็ไม่ดี ไม่ใช่ ไม่เคยเห็นด้วยกับใครและพยายามจะสื่อให้คนอื่นรู้ตลอดเวลาว่าฉันรู้ดีกว่า และฉันถูกเสมอ! ผ่านการกระทำและคำพูดของตัวเองตลอดเวลา
  • โฟกัสที่อุปสรรคมากเกินไป: อาการนี้อาจจะคล้ายกับความเป็นคน Perfectionist แต่สิ่งนี้คือการที่คนประเภทนี้ชอบจดจ่ออยู่กับข้อผิดพลาดอยู่เสมอ มองแต่เรื่องแย่ๆ แม้ว่าบางครั้งอาจจะมีเรื่องที่ดีเกิดขึ้นก็ตาม แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ คนเหล่านี่ก็จะจดจ่อกับมันมากเกินไปและบ่นเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่รู้จักจบจักสิ้น
  • ไม่มีความสุขกับชีวิตเอาซะเลย: เหตุก็เพราะอาการที่กล่าวมาข้างต้นซึ่งส่งผลให้คนประเภทนี้มักจะไม่มีความสุข หรือเอนจอยกับอะไรเลย เพราะมัวแต่สนใจเรื่องไม่ดี จนลืมหาความสุขใส่ตัว 

พอเรารู้วิธีสังเกต Chronic Complainer แล้ว ทีนี้มาดูกันดีกว่าว่าเคล็ดลับไหนจะช่วยให้หตัวเราเอง หรือคนรอบข้างยุดจากอาการบ่นจุกจิกนี้สักที

  • อย่าไปพยายามโน้มน้าวหรือไปเปลี่ยนใจเขา: เมื่อคนๆหนึ่งไม่มีอะไรจะพูดนอกจากการบ่น หากมองในแง่บวก พวกเขาเหล่านี้อาจกำลังต่อสู้กับความคิดในแง่ลบของตัวเองอยู่ก็เป็นได้ ฉะนั้นบางครั้งพวกเขาเพียงแค่ต้องการรู้ว่ามีคนเข้าอกเข้าใจว่าตอนนี้เขากำลังแย่ ดังนั้นจะดีที่สุดสำหรับเราทั้งสองฝ่ายหากเราไม่พยายามไปเปลี่ยนความคิดให้พวกเขาคิดในแง่ดีมากขึ้น อย่าไปโต้เถียง ให้ลองพยายามที่จะเข้าอกเข้าใจพวกเขาเหล่านี้ ลองคิดดูสิว่า มันอาจจะช่วยประหยัดเวลาของเราเหมือนกันนะ!
  • ลองหาวิธีนำมุมมองในแง่ดีกลับมา: หากเรารับรู้แล้วว่าคนที่ขี้บ่นคนนี้แท้จริงแล้วกำลังดิ้นรนหาทางออกจากเรื่องที่เขาระบายออกมา ให้ลองถามไถ่ หรือแสดงความเป็นห่วงเป็นใยพวกเขาดูสิ ตัวอย่างเช่น เมื่อพวกเขาพูดถึงบางสิ่งในทางลบมากอยู่เรื่อยๆ ให้ลองตั้งคำถามดูว่า “ทำไมถึงรู้สึกรำคาญสิ่งเหล่านี้ล่ะ?” เพราะการช่วยเหลือและสนับสนุนคนที่เป็น Chronic Complainer โดยการพยายามเข้าใจถึงต้นตอของปัญหา อาจจะช่วยให้เราและเขาพบวิธีแก้ปัญหาที่เหาะสมก็ได้

อย่าไปถ้าคุยกันไม่รู้เรื่อง แยกตัวเองออกมาดีกว่า: บอกตรงๆ คนขี้บ่นบางคนก็อาจไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้ขนาดนั้น แม้ว่าเราจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อเปลี่ยนมุมมองและให้กำลังใจพวกเขาเหล่านี้ แต่บางครั้งก็ยังไม่สามารถชำระล้างความคิดในแง่ลบออกไปได้ ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาจึงลงเอยด้วยการบ่นเป็นลูปอยู่ร่ำไป ซึ่งอะไรแบบนี้ดันสามารถหันมาทำร้ายสุขภาพจิตของเราเองได้หมือนกัน

เพราะฉะนั้นแล้ว หากใครกำลังพบว่าตัวเองวนอยู่กับคนขี้บ่นไม่รู้จบแบบนี้ ให้ลองปลีกตัวออกมา พยายามรักษาบทสนทนาของให้สั้นและใจเย็นให้มาก พร้อมกับแยกตัวออกมาเพื่อเซฟตัวเอง และให้เขาหาวิธีจัดการกับตัวเองไปแล้วกัน

ที่มา

https://vivienroggero.com/blog/signs-of-a-chronic-complainer 

https://lifehacker.com/how-to-deal-with-chronic-complainers-1668185689

Related Articles

เป็นเป็ด นี่แหละ ถึงจะโต

💥เป็ดอย่างคุณนี่แหละ ที่จะเป็นอนาคตขององค์กร 🔸คุณเคยเจอคนที่คิดว่า “อย่าทำเป็นหลายอย่างเลย เดี๋ยวได้งานเยอะขึ้น” ไหม เพราะอะไร ทำไมถึงมีคนคิดแบบนี้ โดยพนักงานคนนี้ ที่ทำได้หลายๆ อย่างแต่อาจจะไม่ได้ชำนาญ ซึ่งถูกเรียกด้วยคำง่าย ๆ ว่า “เป็ด” ในบางบริษัทก็มักจะใช้งานแบบสากกะเบือยันเรือรบ ให้ทำทุกอย่างประเภท All-in-one จนทำให้หลาย ๆ คนมีทัศนคติ กับการทำงานที่แย่ลง และตัดโอกาสตัวเองไปอย่างน่าเสียดาย  🌈แต่คุณรู้ไหมว่า หากคุณเป็นคนที่ทำได้หลายอย่าง…

6 อาชีพใหม่แห่งอนาคต ที่ใครอยากเติบโตต้องเตรียมตัว

6 อาชีพใหม่แห่งอนาคต ที่ใครอยากเปลี่ยนงาน อยากเติบโตแบบก้าวกระโดดต้องเตรียมตัวไว้ จะได้ไม่พลาดโอกาสดีๆ  ด้วยอัตราการเปลี่ยนแปลงมากมายที่เกิดขึ้นตลอดช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าหลายๆ อาชีพเริ่มมีคนทำน้อยลง และในขณะเดียวกันก็มีอีกหลายอาชีพที่มีคนทำงานผุดขึ้นมามากมาย ทำให้เกิดปรากฎการณ์การปรับตัวขององค์กรต่างๆ อย่างมหาศาล โดยเฉพาะในประเทศไทยของเราเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์รวมนวัตกรรมและองค์กรที่ใหญ่มากๆ แห่งหนึ่งในโลก เมื่อปีที่ผ่านมา หลายๆ หน่วยงานเคยคาดการณ์ไว้ว่า ปี 2022 จะกลายเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง เพราะมีทั้งธุรกิจ และโอกาสใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งนั่นก็รวมถึงอาชีพใหม่ๆ ที่จะต้องเข้ามารองรับโอกาสเหล่านี้ด้วย…

Fauxpology: ขอโทษทำไม ถ้าไม่ได้อยาก ‘ขอโทษ’?

“ขอโทษ” หรือ “ขอโทษแล้วกัน ถ้าไปทำให้ไม่สบายใจ” เวลาที่มีเรื่องผิดพลาด สิ่งแรกที่เราทำก็คือการกล่าวคำเหล่านี้ออกมา คำพูดพวกนี้คงเป็นคำที่เราได้ยินกันอยู่บ่อยๆ อาจเป็นคำขอโทษที่ลวงโลกที่พบบ่อยที่สุด แต่ถ้าหากพูดขอโทษซ้ำซาก หรือพูดแบบไม่เต็มใจ ก็อาจจะฟังดูทะแม่งๆ นะว่ามั้ย? อาจจะจริงที่การขอโทษสามารถเรียกความไว้วางใจกลับมา หรือทำให้ความผิดพลาดมันทุเลาลงได้ แต่เมื่อมีการขอโทษปลอมๆ มันก็สามารถทำให้เรื่องราวมันแย่ลงได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรามักจะรู้เมื่อมีคนไม่จริงใจ เราสามารถอ่านได้จากภาษากาย น้ำเสียง และใบหน้าของผู้ที่กำลังขอโทษเราได้อย่างง่ายดาย Fauxpology คือ รูปแบบของ “การขอโทษ”…

Responses

Your email address will not be published.

0